สรุปภาพรวมตลาดอสังหาฯ ปี 2563 โควิดทำอสังหาฯ ติดลบ 30%

บทความเกี่ยวกับอสังหา

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีและลากยาวมาจนถึงในขณะนี้ ทำให้นี่คืออีกหนึ่งปีที่หนักหนาสาหัสสำหรับทุกคนและทุกภาคส่วนทั่วโลก และไม่เว้นแม้แต่กับวงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

 

กูรูหลายสำนักก็ต่างออกมาวิเคราะห์ถึงความรุนแรงของผลกระทบจากวิฤตการณ์ในครั้งนี้ว่าอาจมีระดับเทียบเท่ากับวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 ด้วยซ้ำไป ซ้ำร้าย Covid-19 ยังเหมือนกันมะเร็งร้ายที่ค่อยๆ ลุกลากและทำลายชีวิตของผู้ป่วยไปเรื่อยๆ อีกด้วย

 

และเมื่อรายได้ที่เคยมีเริ่มลดน้อยลง หรือหายวับไปกับโรคระบาด คนส่วนใหญ่ก็เริ่มตัดค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่จำเป็นออกให้เหลือแต่เพียงการบริโภคและอุปโภคในชีวิตประจำวันที่จำเป็น ในขณะที่แผนการลงทุนในอสังหาฯ หรือขยับขยายมองหาที่อยู่อาศัยใหม่จึงต้องถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป

 

ทำให้ CEO ของบริษัท “พฤกษา” นายปิยะ ประยงค์ ได้ออกมาสรุปภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยในปี 2563 ที่ผ่านมา โดบระบุว่าปัจจุบันมีสินค้าคงค้างที่ยังขายไม่ออกเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 8% หรือคิดเป็นจำนวน 207,334 ยูนิต ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มคอนโดมิเนียมราคา 1-2 ล้านบาท เป็นหลัก เนื่องจากกลุ่มลูกค้าในตลาดนี้คือผู้ได้รับผลกระทบรุ่นแรงที่สุดจากวิกฤติ Covid-19 ในครั้งนี้

 

และจากการใช้กลยุทธ์ผลักดันยอดขายผ่านการ “ลด แลก แจก แถม” ของเหล่า developer เจ้าต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา ก็ส่งผลให้ราคาอสังหาฯ โดยเฉลี่ยในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงถึง 20%

 

และคาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดไตรมาส 4 ทั้งปีตลาดอสังหาฯ ของไทยจะติดลบถึงประมาณ 30% ด้วยกัน และจะเข้าสู่ปี 2564 สถานการณ์ก็ยังไม่มีความแน่นอน โดยขึ้นกับเหตุการณ์แวดล้อมอีกหลายประการ ทั้งการแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่ยังไม่สิ้นสุดลง หรือสถานการณ์ทางการเมือง เป็นต้น

 

ในขณะที่ทางฝั่งของ CBRE (ประเทศไทย) บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล โดยคุณอลิวัสสา พัฒนถาบุตร ก็ได้มีการชี้ให้เห็นประเดินเพิ่มเติมในงาน “กรุงเทพจตุรทิศ : อสังหาฯ ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจ วิกฤตนี้ยาวแค่ไหน…?” 

 

โดยระบุว่าในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาหลังประกาศยกเลิกการล็อกดาวน์นั้น ตลาดอสังหาฯ กลับมามีความคึกคักขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากหลายๆ โครงการมีการนำเสนอโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ ทว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนสิงหาคม ตลาดก็ค่อยๆ ปรับระดับลดลงจนใกล้เคียงกับเมื่อต้นปี

 

โดยสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าความจริงนั้นกำลังซื้อยังคงมีอยู่ในตลาด และเมื่อมีการเสนอราคาที่ผู้ซื้อสามารถจับต้องได้ ก็สามารถปิดการขายได้เช่นกัน เนื่องจากกำลังซื้อส่วนใหญ่ในช่วงนี้มาจากผู้ซื้อที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริงและได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ในระดับต่ำ 

 

เช่นเดียวกับกลุ่มนักลงทุนที่มองเห็นโอกาสในการปล่อยเช่าในช่วงที่อสังหาฯ มีราคาลดลง ลูกค้ากลุ่มนี้เป็นลูกค้าที่มีเงินเก็บ แต่การฝากเงินกับธนาคารในปัจจุบันนั้นได้ดอกเบี้ยเฉลี่ยเพียง 1.5% เท่านั้น ในขณะที่การลงทุนอสังหาฯ ยังสามารถการันตีผลการตอบแทนได้สูงถึง 5-8% 

 

และยิ่งวิกฤติ Covid-19 ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลง การปล่อยเช่าอสังหาฯ ก็ยิ่งเป็นตัวเลือกที่คนหันมาสนใจมากขึ้น เนื่องจากผู้เช่าเองก็ยังรู้สึกไม่มั่นคงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจนต้องหันมาใช้บริการเช่าที่อยู่อาศัยแทนการซื้อเอง

 

เรียกได้ว่าเหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นในปี 2563 นี้ คงเป็นบทเรียนที่คนทั่วไป นักลงทุนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบรรดา developer เจ้าต่างๆ ต้องจดจำและวางแผนรับมือกับอนาคตที่อาจมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเช่นนี้ได้ทุกเมื่อ

 

แล้วแนวโน้มอสังหาฯ ในปี 2564 จะเป็นอย่างไรนั้น ครั้งหน้า Assawin Asset จะมาเล่าให้ฟังใหม่ รอติดตามกันได้ เร็วๆ นี้ ! 

 

แต่ระหว่างนี้ลองรีวิวชีวิตของตัวเองในปีที่ผ่านมานี้ให้เราฟังในคอมเมนต์บ้างสิ รออ่านอยู่นะ ! 

 

------------------------

 

ติดตามเรื่องราวอัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ ในวงการอสังหาฯ
ที่อ่านง่าย ได้ความรู้ พร้อมบริการซื้อ ขาย จำนอง ที่ดิน
อสังหาริมทรัพย์ บ้านและคอนโด ได้ที่ : https://assawinasset.com/

อัศวินแอสเสท : ให้บริการสินเชื่อเงินกู้ด้านอสังหาฯ ในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกที่สุดในประเทศไทย เพียง 0.75% ต่อเดือน

ค่าดำเนินการต่ำ ไม่ผ่านหน้านาย อนุมัติง่าย ให้วงเงินสูง สัญญาสูงสุด 10 ปี!! ไม่เช็คเครดิต ไม่เช็คการเงิน ไม่ต้องค้ำประกัน ปลอดภัย เชื่อถือได้

เพียงคุณมีสินทรัพย์หรือโฉนดที่ดิน ต้องการเงินด่วน
ปรึกษาเราได้ที่ โทร. 087-441-8888, 098-885-0479

Line@ : https://lin.ee/tIpO804


#AssawinAsset #รับจำนอง #รับขายฝาก #ฝากขายอสังหาริมทรัพย์ #สินเชื่อดอกเบี้ยถูก
#อัศวินแอทเสทสินเชื่อเคียงข้างนักลงทุน